201111 Introduction Prasit 2556 - science.cmu.ac.th · 201111 Introduction Prasit 2556 -...

Post on 11-Apr-2018

249 views 13 download

transcript

บทนาบทนา

วทยาศาสตร คณตศาสตรวทยาศาสตร คณตศาสตร

โ โ โ โ เทคโนโลย และนวตกรรมเทคโนโลย และนวตกรรม

ป ป ผศผศ. . ดรดร. . ประสทธ วงประสทธ วงภคพฒนภคพฒนวงศวงศ

ภาควชาชววทยา คณะวทยาศาสตร มหาวทยาลยเชยงใหมภาควชาชววทยา คณะวทยาศาสตร มหาวทยาลยเชยงใหม

วทยาศาสตรวทยาศาสตร (Exact Science)(Exact Science)วทยาศาสตรวทยาศาสตร (Exact Science)(Exact Science)

ใ ความร เกยวกบสงตาง ๆ ในธรรมชาต ทเกดจาก

กระบวนการทางวทยาศาสตร (กระบวนการคนหาความร

อยางเปนระบบและมขนตอนทสามารถตรวจสอบได) จนเปนทยอมรบโดยทวไปทยอมรบโดยทวไป

ทมา : วกพเดย สารานกรมเสร (http://th.wikipedia.org)คาวา "วทยาศาสตร" มกถกใชเพอแทนคาวา "Science" ในภาษาองกฤษ แตถาจะกลาวใหตรงความหมายแลว

ใ ไ เราใชคาวา "วทยาศาสตร" เพอหมายถง "Exact Science" ซงไมรวมสาขาวชาทาง “สงคมศาสตร (Social

Science) เอาไว แมวาสาขาวชาทางสงคมศาสตรจะใชกระบวนการทางวทยาศาสตรเชนเดยวกน การแบงแยก

ดงกลาวมขนเนองจากความแตกตางในดานเนอหาและธรรมชาตของการศกษา มใชเรองของความจรงหรอ

ความถกตองแตอยางใด คาวา "Science" ในภาษาองกฤษจะมความหมายเทยบเทากบคาวา "ศาสตร"

ประเภทของวทยาศาสตรประเภทของวทยาศาสตรประเภทของวทยาศาสตรประเภทของวทยาศาสตร

1. วทยาศาสตรบรสทธ (Pure Science) หรอ

วทยาศาสตรธรรมชาต (Natural Science) วทยาศาสตรธรรมชาต (Natural Science)

กฎ ทฤษฎ ความคดรวบยอด หรอขอเทจจรงฎ ฎ

2. วทยาศาสตรประยกต (Applied Science)

การนาความรของวทยาศาสตรบรสทธไปการนาความรของวทยาศาสตรบรสทธไป

พฒนาเปนเทคโนโลย

คณตศาสตรคณตศาสตร (Mathematics)(Mathematics)คณตศาสตรคณตศาสตร (Mathematics)(Mathematics)

ความร และ ศลปะ ของการคานวณ โดยใช ระบบภาษา

เฉพาะ ทมความแมนยาและชดเจนเฉพาะ ทมความแมนยาและชดเจน

(อาจไมจาเปนตองมเปาหมายอยทการนาไปใชทางวทยาศาสตร !!!)

เทคโนโลย เทคโนโลย (Technology)(Technology)เทคโนโลย เทคโนโลย (Technology)(Technology)

การนาความรทางวทยาศาสตร มาใชเปนประโยชนแกมนษยในรปของการสราง สงประดษฐ/ประดษฐกรรม (invention) ฐ ฐ ( )ผลตภณฑ (product) หรอ กระบวนการ (process)

(อาจไมจาเปนตองมศกยภาพในการสรางผลตอบแทนทางการคา แต ผลตภณฑ และ กระบวนการ มกเกยวของกบอตสาหกรรม)แต ผลตภณฑ และ กระบวนการ มกเกยวของกบอตสาหกรรม)

ผลตภณฑ เชน เครองมอ เครองจกร คอมพวเตอร มอถอ ฯลฯผลตภณฑ เชน เครองมอ เครองจกร คอมพวเตอร มอถอ ฯลฯ

กระบวนการ เชน กระบวนการกลนปโตรเลยม กระบวนการผลตเอธานอล

นวตกรรม นวตกรรม (Innovation)(Innovation)นวตกรรม นวตกรรม (Innovation)(Innovation)

การทาสงตาง ๆ ดวย วธใหม

(มกเกยวของกบศกยภาพการสรางผลตอบแทนทางการคา)(มกเกยวของกบศกยภาพการสรางผลตอบแทนทางการคา)

การเปลยนแปลงทางความคด

การผลต การผลต

กระบวนการ

การเปลยนแปลงองคกร

วทยาศาสตรและเทคโนโลยในแบวทยาศาสตรและเทคโนโลยในแบตเตอตเตอรสงกะสรสงกะส--อากาศอากาศ((อภปรายแสดงความเหนอภปรายแสดงความเหน))((อภปรายแสดงความเหนอภปรายแสดงความเหน))

[ทมา : zincenergystorage.org]

วทยาศาสตรและเทคโนโลยในโปรตนเรองแสงวทยาศาสตรและเทคโนโลยในโปรตนเรองแสง((อภปรายแสดงความเหนอภปรายแสดงความเหน))

Osamu Shimomura, Martin Chalfie, and Roger Y. Tsien shared 2008 Nobel Prize in chemistry for their discovery and development of green fluorescent protein. Besides b i f l i di l h th t i i t l b tif l f d i j ll fi h

((อภปรายแสดงความเหนอภปรายแสดงความเหน))

being useful in medical research, the protein is strangely beautiful found in jellyfish.

[http://www.squidforce.com/2008/10/09/nobel-prize-in-chemistry-and-the-glowing-jellyfish/][www.conncoll.edu][www.ninds.nih.gov]

[cmb.duke.edu]

วทยาศาสตรและเทคโนโลยในโปรตนเรองแสงวทยาศาสตรและเทคโนโลยในโปรตนเรองแสง((อภปรายแสดงความเหนอภปรายแสดงความเหน))

Researchers successfully breed larger fluorescent fishThe fluorescent anglefish, developed in Taiwan using gene transfer technology, is a fruit of cooperation between the Council of Agriculture and Academia Sinica (CNA)Publication Date:06/28/2010

((อภปรายแสดงความเหนอภปรายแสดงความเหน))

between the Council of Agriculture and Academia Sinica. (CNA)Publication Date:06/28/2010 Source: Liberty Times

A new generation of larger sized fluorescent fish developed in cooperation between the Council of Agriculture and Academia Sinica could light up aquariums around Taiwan and abroad within the next two years.

[www.taiwantoday.tw][ y ][www.ekkwill.com]

กรณศกษาปญหาชวนคดกรณศกษาปญหาชวนคด

วทยาศาสตร

- สมบตของโลหะสงกะส

โครงสรางโมเลกลของโปรตนเรองแสง-โครงสรางโมเลกลของโปรตนเรองแสง

-ปฏกรยาไฟฟาเคมระหวางสงกะสและอากาศฏ

- คาการนาไฟฟาของวสดตาง ๆ และของสารละลายอ

โ ไ เลกโตรไลต

-ผลของโลหะหนกตอสงมชวตผลของโลหะหนกตอสงมชวต

-การเลยวเบนของแสงผานโครงสรางโมเลกล

กรณศกษาปญหาชวนคดกรณศกษาปญหาชวนคด

เทคโนโลย

- แบตเตอรสงกะส-อากาศ

กระบวนการประกอบผลตแบตเตอรสงกะส อากาศ- กระบวนการประกอบผลตแบตเตอรสงกะส-อากาศ

- กระบวนการประกอบขวแคโทดของแบตเตอร

สงกะส-อากาศ

โป - กระบวนการแยกโปรตนเรองแสง

- กระบวนการนาโปรตนเรองแสงไปใสในเซลล กระบวนการนาโปรตนเรองแสงไปใสในเซลล

สงมชวตอน

กรณศกษาปญหาชวนคดกรณศกษาปญหาชวนคด

นวตกรรม

- การทาปลาใหเปนปลาเรองแสงเขยวเปนนวตกรรม

เพราะเปนสงใหมในเชงการผลตทางการคาเพราะเปนสงใหมในเชงการผลตทางการคา

- การใชโปรตนเรองแสงในการศกษาทางการแพทย

เปนนวตกรรม เพราะเปนวธการ

ไมเปน เพรา แบตเตอรสงก ส อากาศ มการคดคน- ไมเปน เพราะ แบตเตอรสงกะส-อากาศ มการคดคน

นานมาแลว

กรณศกษาปญหาชวนคด ตอน กรณศกษาปญหาชวนคด ตอน 1 1 : : คาบท คาบท 11 วทยาศาสตร (?)-เชงคณตศาสตรเกยวกบ ln หรอ log ธรรมชาตg- การตนพบโปรตนเรองแสงในแมงกะพรน

มกระบวนการทางวทยาศาสตรทชดเจน เปนขนตอนสามารถ- มกระบวนการทางวทยาศาสตรทชดเจน เปนขนตอนสามารถ

ตรวจสอบได และเปนทยอมรบ ความรเชงวทยาศาสตร คอ รวาขาง

ในแบตเตอรมสวนประกอบอะไรบางในแบตเตอรมสวนประกอบอะไรบาง

-การทโปรตน เกดปฏกรยาหรอกลไกในการเรองแสง ทาใหเกดความ

ใ D k li htชดเจนขนในทมด หรอ Dark light- รปแรกจะเปนกระบวนการทาปฏกรยาทางเคมทชอวา อเลกโตรไล

ซส

- มสมการทางเคมเขามาเกยวของ มวงจรไฟฟาเขามาเกยวของ ให

ผลลพธเปนแสงสวาง

กรณศกษาปญหาชวนคด ตอน กรณศกษาปญหาชวนคด ตอน 1 1 : : คาบท คาบท 11

เทคโนโลย (?)ใชงานไดจรง-ใชงานไดจรง

- การนาวทยาศาสตรมาใชประโยชน

- กลองจลทรรศน

- การใชกลองจลทรรศนสองสงมชวตขนาดเลก

สามารถผลตออกมาจาหนายได ไมเปนอนตรายตอ- สามารถผลตออกมาจาหนายได ไมเปนอนตรายตอ

สงแวดลอม

- การใชสงกะสกบอากาศทาใหไมเปนปญหา

สงแวดลอมสงแวดลอม

พฒนาการของวทยาศาสตร คณตศาสตร พฒนาการของวทยาศาสตร คณตศาสตร

และเทคโนโลย และเทคโนโลย

อารยธรรมกรก

มมมองแบบ

ตะวนตก ?มมมองแบบ

ตะวนออก ? อารยธรรมกรก

อารยธรรมอยปต

อารยธรรมโรมน

อารยธรรมอสลาม อารยธรรมอสลาม

อารยธรรมอนเดย

อารยธรรมจน

ตาราง 1.1 สรปจาก The Science Book, 2001

พฒนาการของ วพฒนาการของ ว--คค--ท ท ((ตะวนตกตะวนตก))อาจแบงออกเปน อาจแบงออกเปน 3 3 ยคยค

ยคแรก กอน ศต. 8

ยคมด

ยคกลาง ศต. 9-16

ยคปฏรป

ยคปจจบนหลง ศต. 16

ยคแรกยคแรก......อาณาจกรโรมนลมสลาย อาณาจกรโรมนลมสลาย ((อดตกาล ถง ศตอดตกาล ถง ศต. . 88))

ยคแสวงหาคาตอบและคาอธบายเกยวกบโลกทเราอาศยอย โดยอาศย

ความรพนฐานดานคณตศาสตร กลศาสตร ฟสกส เชน

รปรางและลกษณะทางกายภาพของโลกรปรางและลกษณะทางกายภาพของโลก

การโคจรรอบโลก

ป โ ปรากฏการณตาง ๆ ของโลกและดาวเคราะห

ความรดานวทยาศาสตรและวฒนธรรมเปลยนจาก กรงเอเธนส ไปกรง

อเลกซานเดรยและยโรป ศนยการปกครองไปอยท โรม ตอมาโรมแพ

สงครามพวก เปอรเซย

นกวทยาศาสตรยคน Euclic, Aristarisus, Archimedes

ยคกลาง ยคกลาง ((ศตศต 99--1616))ยคกลาง ยคกลาง ((ศตศต. . 99--1616))

ชวง ศต. 9-11 บนทกทางวชาการตาง ๆ ทเหลอเปนภาษา กรก ถกเปลยนเปนภาษา อาราบก

ป ป หลง ศต. 9-11 ความรจากภาษาอาราบกถกแปลเปนภาษา ละตนและฮบร อารยธรรมของชาว อาหรบ แผขยายถงสเปน โมรอคโค อนเดย ความเชอทางศาสนาแตกแขนงออกมาเปนลทธ เชน ยว มสลม ครสเตยนความเชอทางศาสนาแตกแขนงออกมาเปนลทธ เชน ยว มสลม ครสเตยน

ชวง ศต. 15 มการเดนเรอสบคนประวตศาสตร ภมศาสตร คนพบแผนดนและทวปใหม ๆและทวปใหม ๆ

ศต. 16 ประดษฐเครองพมพได ความรและการสอสารแพรหลายระหวางซกโลกตะวนตกและตะวนออก ระหวางซกโลกตะวนตกและตะวนออก

ยคปจจบน ยคปจจบน ((ศตศต 17 17 เปนตนมาเปนตนมา))ยคปจจบน ยคปจจบน ((ศตศต..17 17 เปนตนมาเปนตนมา))

คนพบ ความรทเปนรากฐานทางวทยาศาสตรในปจจบน คนพบ ความรทเปนรากฐานทางวทยาศาสตรในปจจบน

นกวทยาศาสตรทมชอเสยง เชน Galileo, Kepler, Newton …ศ ศ ส ศต. 19 วทยาศาสตรกาวหนาและพฒนาอยางรวดเรว และกวางขวางทก

แขนง การคนควาทดลอง การประดษฐสงใหม ๆ

ศต. 20 เปนยคปฏวตดานวทยาศาสตรและเทคโนโลย คนพบ x-ray

กมมนตภาพรงส ทฤษฏสมพนธภาพ เปนรากฐานของการขนสอวกาศ

ใ ใ การแสวงหาความรใหม ๆ ในกาแลกซ

ขณะน ศต. 21 เกดอะไรขนบางกบวทยาศาสตรและเทคโนโลย ?

[tds.ic.polyu.edu.hk][tds.ic.polyu.edu.hk]

[microscope_timeline_nobelprize.org2][www.nature.com]

[microscope_timeline_nobelprize.org2][www.nature.com]

[microscope_timeline_nobelprize.org2][www.nature.com]

[microscope_timeline_nobelprize.org2][www.nature.com]

สาขาของวทยาศาสตรในปจจบนสาขาของวทยาศาสตรในปจจบน วทยาศาสตรธรรมชาต

◦ ฟสกสฟสกสเชงทฤษฎ(theoretical physics)

• ชววทยา

กายวภาคศาสตร (Anatomy) Physical anthropologyฟสกสเชงทฤษฎ(theoretical physics) ฟสกสเชงคานวณ

สวนศาสตร (Acoustics)

Astrodynamics ดาราศาสตร (Astronomy) ฟสกสดาราศาสตร (Astrophysics)

At i M l l d O ti l h i

กายวภาคศาสตร (Anatomy) ชววทยาดาราศาสตร (Astrobiology) ชวเคม (Biochemistry) ชวสารสนเทศศาสตร (Bioinformatics) ชวฟสกส (Biophysics) พฤกษศาสตร (Botany) (Cell biology)

Physical anthropologyสรรวทยา (Physiology) Structural biology อนกรมวธาน (Taxonomy) พษวทยา (Toxicology) วทยาไวรส (Virology) สตววทยา (Zoology)Atomic, Molecular, and Optical physics

ชวฟสกส (Biophysics)

Condensed matter physicsจกรวาลวทยา (Cosmology) อตสตศาสตร (Cryogenics) พลศาสตร (Dynamics)

ไ Fl id d i )

ชววทยาของเซลล (Cell biology)Cladisticsวทยาเซลล (Cytology) Developmental biology นเวศวทยา (Ecology) กฏวทยา (Entomology)

สตววทยา (Zoology)

พลศาสตรของไหล (Fluid dynamics)

Materials physicsMathematical physics กลศาสตร (Mechanics) นวเคลยรฟสกส (Nuclear physics) ทศนศาสตร (Optics)

วทยาการระบาด (Epidemiology) Evolutionary biology (Evolutionary biology) Evolutionary developmental biology Freshwater Biologyพนธศาสตร (Genetics)(Population genetics)(Genomics)(Proteomics) มญชวทยา (Histology)

Particle physics (or High Energy Physics) พลาสมาฟสกส

พอลเมอรฟสกส

Vehicle dynamics

◦ เคม A l i l h i )

มญชวทยา (Histology) มนวทยา (Ichtyology) วทยาภมคมกน (Immunology ชววทยาทางทะเล Marine biology (eng) จลชววทยา (Microbiology) อณชววทยา (Molecular Biology) M h l )

• วสดศาสตร (Materials science)

• วทยาศาสตรสงแวดลอม

เคมวเคราะห (Analytical chemistry) ชวเคม (Biochemistry) เคมการคานวณ(Computational chemistry) เคมไฟฟา(Electrochemistry) เคมอนนทรย (Inorganic chemistry) เคมอนทรย (Organic chemistry)

สณฐานวทยา (Morphology) ประสาทวทยาศาสตร (Neuroscience) พฒนาการของพช (eng) ปกษณวทยา (Ornithology) บรรพชววทยา (Palaeobiology) สาหรายวทยา Phycology (eng) หรอ (Algology)

• วทยาศาสตรโลก

ภมมาตรศาสตร (Geodesy) ภมศาสตร (Geography) ธรณวทยา (Geology) อตนยมวทยา (Meteorology)

O )เคมฟสกส(Physical chemistry) เคมควอนตม (Quantum chemistry) สเปกโตรสโคป (Spectroscopy) สเตอรโอเคมสตร (Stereochemistry) เคมความรอน (Thermochemistry)

y gy ( g) g gy)ววฒนาการชาตพนธ (eng) สมทรศาสตร (Oceanography)

บรรพชวนวทยา (Paleontology) ชลธารวทยา (Limnology) ธรณพบตวทยา (Seismology)

• วทยาศาสตรสขภาพ (Health Science)เภสชกรรม (เภสชศาสตร)

• วทยาศาสตรประยกต• วทยาการคอมพวเตอรแล สารสนเทศ เภสชกรรม (เภสชศาสตร)

ทนตแพทยศาสตร (Dentistry) ทศนมาตรศาสตร (Optometry) แพทยศาสตร (Medicine)

เนองอกวทยา (Oncology) พยาธวทยา (Pathology)

• วทยาการคอมพวเตอรและสารสนเทศ

• วศวกรรมศาสตร

วศวกรรมคอมพวเตอร

วศวกรรมแมคคาทรอนกส

วศวกรรมแมคคาทรอนกสและหนยนต

วศวกรรมระบบอปกรณและการควบคม

วศวกรรมโลหการ

วศวกรรมวสด พยาธวทยา (Pathology) อายรเวช

เวชศาสตร

เภสชวทยา (Pharmacology) พษวทยา (Toxicology)

สตวแพทยศาสตร (Veterinary medicine) เทคนคการแพทย

วศวกรรมไฟฟา

วศวกรรมโยธา

วศวกรรมระบบสงกอสราง

วศวกรรมอเลกทรอนกส

วศวกรรมโทรคมนาคม

วศวกรรมอเลกทรอนกสและโทรคมนาคม

วศวกรรมอตสาหการ

วศวกรรมสารวจ

วศวกรรมเหมองแร

วศวกรรมอวกาศยาน

วศวกรรมอาหาร

วศวกรรมพลาสตก เทคนคการแพทย

เคมคลนค

จลทรรศนศาสตรคลนค

เวชศาสตรการธนาคารเลอด

กายภาพบาบด

กจกรรมบาบด

วศวกรรมอเลกทรอนกสและโทรคมนาคม

วศวกรรมเคม

วศวกรรมชวเวช

วศวกรรมการผลต

วศวกรรมเกษตร

วศวกรรมทรพยากรนา

วศวกรรมพลาสตก

วศวกรรมพอลเมอร

วศวกรรมตอเรอ

วศวกรรมการจดการ

รงสเทคนค

• วทยาศาสตรการทหาร

วศวกรรมดนและนา

วศวกรรมขนสง

วศวกรรมขนถายวสด

วศวกรรมความปลอดภย

วศวกรรมปโตรเลยม

วศวกรรมปโตรเคม

วศวกรรมซอฟตแวร

วศวกรรมสารสนเทศและการสอสาร

วศวกรรมสารสนเทศ

วศวกรรมสอสาร

วศวกรรมชายฝง

วศวกรรมสมทรศาสตร วศวกรรมสมทรศาสตร

วศวกรรมสงแวดลอม

วศวกรรมไฟฟาเครองกลการผลต

วศวกรรมเครองกลและการผลต

วศวกรรมเครองกล

[ปรบเปลยนจาก : วกพเดย สารานกรมเสร (http://th.wikipedia.org)]

สาขาขอสาขาของคณตงคณตศาสตรในปจจบนศาสตรในปจจบน

คณตศาสตรบรสทธ และคณตศาสตรประยกตคณตศาสตรบรสทธ และคณตศาสตรประยกต

คณตศาสตรบรสทธ และคณตศาสตรประยกตคณตศาสตรบรสทธ และคณตศาสตรประยกตปรมาณ ปรมาณ

โครงสราง โครงสราง

ความสมพนธเชงปรภม ความสมพนธเชงปรภม

ความเปลยนแปลง ความเปลยนแปลง

พนฐานและวธการ พนฐานและวธการ

วยตคณต วยตคณต

คณตศาสตรประยกตคณตศาสตรประยกต

[ปรบเปลยนจาก : วกพเดย สารานกรมเสร (http://th.wikipedia.org)]

คณตศาสตรบรสทธ และคณตศาสตรประยกตคณตศาสตรบรสทธ และคณตศาสตรประยกต ปรมาณ : จานวน - จานวนธรรมชาต - จานวนเตม - จานวนตรรกยะ - จานวนจรง -

จานวนเชงซอน - จานวนเชงพชคณต - ควอเทอรเนยน - ออคโทเนยน (Octonions) -จานวนเชงอนดบท (ordinal number) - จานวนเชงการนบ - ลาดบของจานวนเตม -

dia.

org)

]

คาคงททางคณตศาสตร - อนนต โครงสราง : พชคณตนามธรรม - ทฤษฎจานวน - ทฤษฎกรป - ทอพอโลย - พชคณต

เชงเสน - ทฤษฎประเภท (Category theory) - ทฤษฎลาดบ (Order theory)

://th

.wik

iped

ความสมพนธเชงปรภม : ทอพอลอย - เรขาคณต - ตรโกณมต - เรขาคณตเชงพชคณต - เรขาคณตเชงอนพนธ - ทอพอโลยเชงอนพนธ - ทอพอโลยเชงพชคณต - พชคณตเชงเสน - เรขาคณตสาทสรป

ป ป

รมเสร

(htt

p:

การเปลยนแปลง : เลขคณต - แคลคลส - แคลคลสเวกเตอร - คณตวเคราะห -ทฤษฎการวด - การวเคราะหเชงฟงกชน - การวเคราะหเชงจนตภาพ – การวเคราะหฟรรเยร - สมการเชงอนพนธ - ระบบพลวต - ทฤษฎความอลวน - รายการฟงกชน พนฐาน ล วธการ ปรชญาคณตศาสตร พนฐานคณตศาสตร (F d ti fพ

เดย สารานกร

พนฐานและวธการ : ปรชญาคณตศาสตร - พนฐานคณตศาสตร (Foundations of mathematics) - ทฤษฎเซต - ตรรกศาสตรสญลกษณ - ทฤษฎโมเดล - ทฤษฎประเภท - ตรรกศาสตร

วยตคณต : คณตศาสตรเชงการจด ทฤษฎการคานวณ วทยาการเขารหสลบยนจาก

: วกพ

วยตคณต : คณตศาสตรเชงการจด - ทฤษฎการคานวณ - วทยาการเขารหสลบ -ทฤษฎกราฟ

คณตศาสตรประยกต : คณตศาสตรฟสกส - กลศาสตร - กลศาสตรของไหล - การวเคราะหเชงตวเลข - การหาคาเหมาะทสด (Optimization) - ความนาจะเปน -

[ปรบ

เปลย

วเคราะหเชงตวเลข การหาคาเหมาะทสด (Optimization) ความนาจะเปน สถตศาสตร - คณตศาสตรการเงน - ทฤษฎเกม - คณตชววทยา (Mathematical biology) - วทยาการเขารหสลบ - ทฤษฎขอมล

เทคโนโลยปจจบนเทคโนโลยปจจบนเทคโนโลยปจจบนเทคโนโลยปจจบน

โ โ ◦ เทคโนโลยการสอสารสารสนเทศ และเครอขาย

◦ เทคโนโลยวสด◦ เทคโนโลยนาโน

โ โ โ◦ เทคโนโลยชวภาพและจโนม◦ เทคโนโลยพลงงาน◦ เทคโนโลยเพอสขภาพ◦◦ ฯลฯ